Login Form



Follow us on Twitter
Your ad here Your ad here แว่นตาและนาฬิกา Your ad here Your ad here Your ad here Your ad here Your ad here Your ad here Your ad here
โรคทางสายตาจากการใช้คอมพิวเตอร์ในเด็ก PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันจันทร์ที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ เวลา ๐๐:๐๐ น.

โรคทางสายตาจากการใช้คอมพิวเตอร์ในเด็ก

โรคทางสายตาจากการใช้คอมพิวเตอร์ในเด็ก

เป็นปัญหาที่เกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์เป็น เวลานาน การนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ก่อให้เกิดความเครียดต่อดวงตาของเด็ก เนื่องจากคอมพิวเตอร์ได้มีการบังคับให้โฟกัสของดวงตามาอยู่ที่หน้าจอ คอมพิวเตอร์ดังนั้นจึงก่อนให้เกิดความเครียดสูงมากกว่าการทำกิจกรรมอื่น ๆ

เมื่อ 20 ปีที่แล้ว เด็กมักจะทำกิจกรรมข้างนอกบ้าน แต่ปัจจุบัน ในแต่ล่ะวันเด็กนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่เพียงแต่ที่บ้านแต่ยังรวมไปถึง ที่โรงเรียน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหาทางสายตา ปัจจุบัน พ่อแม่ควรที่จะตระหนักถึงปัญหาด้านสายตาที่เกิดจากการใช้งานคอมพิวเตอร์ การใช้งานคอมพิวเตอร์โดยปราศจากการเคลื่อนไหว หรือการบริหารดวงตาย่อมส่งผลเสีย

ผลกระทบ

the American Optometric Association ได้กล่าวถึงผลกระทบของการใช้คอมพิวเตอร์ในเด็กโดยเกี่ยวข้องกับปัจจัยดังนี้

  • เด็กไม่มีขีดจำกัดของการตระหนักในตัวเอง โดยอาจจะทำกิจกรรมกับคอมพิวเตอร์เป็นเวลา 2 - 3 ชั่วโมงโดยไม่มีการพัก
  • เด็ก มีความสามรถในการปรับตัว ทางสมาคมได้มีการคาดเดาว่า เด็กสามารถมองเห็นได้อย่างปกติถึงแม้ว่าการมองเห็นจะมีปัญหา นี่คือสิ่งที่มีความจำเป็นต่อพ่อแม่ในการควบคุมเวลาในการใช้งานของ คอมพิวเตอร์
  • คอมพิวเตอร์ เวิร์คสเตชันมักจะมีการออกแบบให้เข้ากับผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก ซึ่งเด็กจะมีร่างกายที่เล็กว่าผู้ใหญ่ ดังนั้นเด็กจึงต้องมีการปรับเปลี่ยนองศาในการมอง โดยปกติผู้ใช้คอมพิวเตอร์ควรมีมุมในการมองจอคอมพิวเตอร์จากด้านบนลงล่างเล็ก น้อยประมาร 15 องศา

    งานวิจัย

  • 90 % ของเด็กนักเรียนได้มีการใช้คอมพิวเตอร์ทั้งในโรงเรียนและที่บ้าน
  • เด็กนักเรียน 54 ล้านคนในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้มีการใช้คอมพิวเตอร์ทั้งที่บ้านและที่โรงเรียนตามลำพัง
  • กุมาร แพทย์ เชื่อว่าเด็กที่ใช้คอมพิวเตอร์อย่างหนักมีโอกาสเสี่ยเป็นโรคสายตาสั้น ซึ่งผลการศึกษาได้ชี้ให้เห็นว่าคอมพิวเตอร์มีผลกระทบด้านลบต่อการมองเห็นของ เด็ก
  • 25 % - 30 % ของการใช้คอมพิวเตอร์ในเด็ก ต้องการอุปกรณ์ทางสายตาที่เหมาะสม (แว่นตา , คอนแทคเลนส์ เป็นต้น) เพื่อที่จะทำงานได้อย่างเหมาะสมทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน (a study at the University of California ay Berkeley School of Optometry)
  • เปอร์เซ็นโรคสายตาสั้นของเด็กในช่วงประถมมีการเพิ่มขึ้นจาก 12.1 % เป็น 20.4 % ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 (a studt by the Department of Health in Taiwan)
  • การศึกษาในลักษณะที่คล้าย ๆ กันของประเทศสิงค์โปร์พบว่าภายใน 3 ปี เปอร์เซ็นของเด็กอายุ 7-9 ขวบ เป็นโรคสายตาสั้นเพิ่มขึ้นเท่าตัว

    ข้อแนะนำ

    กุมาร แพทย์เชื่อว่าความเครียดที่เกิดขึ้นเกิดจาก การมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ (near-point world) มากกว่ากรรมพันธุ์ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดโรคสายตาสั้น เพื่อเป็นการป้องกันเด็กจาก Children and Computer Vision Syndrome (CVS) ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้

  • ควรมีการตรวจสอบดวงตาอย่างละเอียด รวมทั้ง near-point (computer and reading)
  • เวิร์คสเตชันควรจัดให้เหมาะสมกับเด็ก
  • ระยะ ที่แนะนำระหว่างหน้าจอคอมพิวเตอร์กับดวงตาของเด็ก คือ 18-28 นิ้ว โดยการมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ใกล้กว่า 18 นิ้ว จะทำให้ดวงตาของเด็กเสี่ยงต่อการเกิดความเครียด
  • ควรปรับเปลี่ยนหน้าจอ และแสงภายในห้องไม่ให้จ้าเกินไป
  • พ่อแม่และคุณครูควรตระหนักถึงพฤติกรรมที่บ่งชี้ถึงปัญหาที่เป็นไปได้ที่อาจเกิดขึ้นกับดวงตาจากพฤติกรรมเหล่านี้ เช่น
    • ตาแดง
    • การขยี้ตาบ่อย ๆ
    • คอเคล็ด
    • ตามัว
    • การล้าของดวงตา

      ขั้นตอนของการลดความเครียดในดวงตา

      1. ปรับแสงให้เหมาะสม
      2. กำจัดแสงที่มาจากภายนอก
      3. ลดความจ้าของหน้าจอคอมพิวเตอร์
      4. ปรับเปลี่ยนความสว่างของหน้าจอคอมพิวเตอร์
      5. กระพริบตาบ่อยขึ้น เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดวงตา
      6. บริหารดวงตาโดยการมองไปหาวัตุไกล ๆ 10-15 วินาทีและ มองหาวัตุถุใกล้ ๆ อีก 10-15 วินาที
      7. ควรพัก 10 นาที ทุก ๆ 1 ชัวโมง
      8. ปรับเปลี่ยนเวิร์คสเตชัน
      9. บริหารร่างกายในขณะที่นั่งเพื่อเป็นการผ่อนคลาย เช่น ยืดแขน หรือขา เป็นต้น
LAST_UPDATED2
 

แสดงความคิดเห็น...

Security code
กดดูใหม่ (กรอกตัวอักษรที่ปรากฏ)

โรคเกี่ยวกับดวงตา

รูปร่างใบหน้า

คอนแทคเลนส์

การดูแลสุขภาพดวงตา